เมื่อความหรูหราคือการได้กลับไปอยู่ใกล้ธรรมชาติ
สำหรับคนที่ชอบทะเล แต่ไม่ได้ต้องการเพียงชายหาดสวย ๆ การเดินทางไป New Caledonia อาจเป็นอีกนิยามหนึ่งของการใช้ชีวิต เพราะที่นี่คือหมู่เกาะในแปซิฟิกใต้ที่ธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงฉากของวันหยุด แต่เป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิต ตั้งแต่ลากูนสีเทอร์ควอยซ์ หาดทรายขาว ป่าแห้งเขตร้อน ไปจนถึงต้นสนสูงที่กลายเป็นภาพจำของ Isle of Pines
การเข้ามาของ Series by Marriott พร้อมรีสอร์ต 3 แห่งของ Le Domaine du Pacifique จึงน่าสนใจ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นการเปิดตัวแบรนด์ในแปซิฟิกใต้ แต่เพราะแนวคิดของ Series by Marriott พยายามรักษา Sense of Place ให้โรงแรมแต่ละแห่งยังคงเล่าเรื่องของพื้นที่ ผ่านธรรมชาติ อาหาร สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็เชื่อมเข้ากับมาตรฐานและเครือข่ายระดับโลกของ Marriott Bonvoy
ทั้งสามแห่งจึงเหมือนเป็น สามรูปแบบของชีวิตริมทะเล ที่แตกต่างกัน
Le Domaine Déva — ชีวิตระหว่างป่า ภูเขา และลากูน

ถ้าความสุขของวันหยุดคือการตื่นขึ้นมาแล้วออกไปเดินท่ามกลางธรรมชาติ Le Domaine Déva, Series by Marriott น่าจะใกล้เคียงกับคำว่า Nature Lifestyle มากที่สุด
รีสอร์ตตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Domaine de Déva เมือง Bourail ริมแนวปะการังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO มีห้องพัก 120 ห้อง ทั้งห้องสวีตและบังกะโลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Melanesian และวัฒนธรรม Kanak หลังคาสูงมุงจากเปิดรับบรรยากาศของสวนและทะเล
พื้นที่ธรรมชาติรอบรีสอร์ตมีขนาดประมาณ 7,800 เฮกตาร์ พร้อมเส้นทางกว่า 158 กิโลเมตร สำหรับเดินป่า ปั่นจักรยาน และขี่ม้า
บางวันอาจเริ่มต้นด้วยการเดินริมทะเล ก่อนออกไปปั่นจักรยานผ่านป่า แล้วกลับมานั่งมองลากูนจากห้องทรีตเมนต์ของ Deep Nature Spa
อาหารก็เดินตามจังหวะเดียวกัน ตั้งแต่ Reef ที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น ไปจนถึง Sand Beach Grill กับอาหารฝรั่งเศสริมมหาสมุทร และ Creek Bar ข้างสระ Infinity Pool
นี่อาจเป็นความหรูหราในความหมายใหม่—มีพื้นที่ มีเวลา และมีธรรมชาติอยู่รอบตัว
Le Domaine Oro — เกาะเล็ก ๆ สำหรับวันที่ไม่อยากรีบร้อน
อีกอารมณ์หนึ่งอยู่บน Isle of Pines ที่ Le Domaine Oro, Series by Marriott

รีสอร์ตมีเพียง 48 ห้อง รวมถึงบังกะโลสวีต 28 หลัง กระจายตัวอยู่ท่ามกลางหาดทรายขาว สวนมะพร้าว ต้นสน และลากูน
ใกล้กันคือ Baie d’Oro หรือ Oro Bay หนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่โดดเด่นของเกาะ น้ำทะเลสีฟ้าใสและแนวปะการังทำให้ที่นี่เหมาะกับการว่ายน้ำและ Snorkelling อย่างยิ่ง
ชีวิตจึงแทบไม่ต้องมีตารางเวลา
เช้าอาจพายแคนูออกไปบนผิวน้ำ
สายลงเล่นน้ำหรือ Paddle Board
บ่ายปั่นจักรยานไปตามถนนเล็ก ๆ บนเกาะ
ก่อนกลับมานั่งที่ Longitude 167 Bar มองแสงเย็นค่อย ๆ เปลี่ยนสีเหนือทะเล
สำหรับคนที่ชอบ Active Lifestyle ยังมีทั้ง Snorkelling, Paddle Board, จักรยาน วอลเลย์บอลชายหาด และ Beach Tennis

แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของ Oro อาจไม่ใช่จำนวนกิจกรรม หากเป็นความรู้สึกว่า เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรตลอดเวลา
เพียงมีทะเล ลม ต้นไม้ และเวลาที่เดินช้าลง ก็เพียงพอแล้ว
Le Domaine Nouméa — เมื่อชีวิตเมืองเดินมาพบทะเล

หากยังชอบร้านอาหาร คาเฟ่ และสีสันของเมือง แต่ต้องการตื่นมาเห็นทะเล Le Domaine Nouméa, Series by Marriott คืออีกบุคลิกหนึ่ง
รีสอร์ตตั้งอยู่ริม Anse Vata Bay ใน Nouméa ด้านหน้าลากูนขนาดใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO มีห้องพัก 207 ห้อง รวม 34 ห้องสวีต ทุกบรรยากาศผสมความเป็นฝรั่งเศสเข้ากับความอบอุ่นแบบหมู่เกาะแปซิฟิก
เช้าเริ่มด้วยอาหารที่ Le Sextant จากนั้นเดินลงชายหาดหรือใช้เวลาริมสระ บ่ายแวะคาเฟ่ Latitude 22 และเมื่อแดดเริ่มอ่อนก็ไปนั่งที่ Le Faré บาร์และเลานจ์ริมชายหาด
จุดเด่นของ Nouméa จึงอยู่ตรงความพอดี
ไม่ต้องหนีเมืองเพื่อไปหาธรรมชาติ เพราะเมืองกับทะเลสามารถอยู่ในวันเดียวกันได้
ใช้ชีวิตกับ “ทะเลใต้” มากกว่ามาเที่ยวทะเล
สิ่งที่ทำให้ New Caledonia น่าสนใจสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ อาจไม่ใช่คำว่า Luxury Resort เพียงอย่างเดียว แต่คือการเปิดพื้นที่ให้เราได้กลับไปสัมผัสวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับธรรมชาติอีกครั้ง
เดินเท้าเปล่าบนทราย
ว่ายน้ำในลากูน
ปั่นจักรยานผ่านป่า
กินอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น
นั่งดูแสงสุดท้ายเหนือมหาสมุทร
และปล่อยให้บางวันผ่านไปโดยไม่ต้องเร่งรีบ

ขณะเดียวกัน New Caledonia ยังมีบุคลิกเฉพาะตัวจากการผสมผสานของวัฒนธรรม Oceanian, Kanak, French และ Asian ทำให้การเดินทางไม่ได้จบลงเพียงความงามของทะเล แต่ยังมีอาหาร ศิลปะ สถาปัตยกรรม และวิถีผู้คนให้ค้นหา
การเปิดตัวรีสอร์ตทั้งสามแห่งภายใต้ Series by Marriott จึงสะท้อนทิศทางของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ — แบรนด์ระดับโลกไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกจุดหมายปลายทางเหมือนกัน แต่สามารถใช้มาตรฐานระดับโลกเพื่อช่วยให้ตัวตนของท้องถิ่นชัดขึ้น
และสำหรับคนที่หลงรักชีวิตใกล้ธรรมชาติ New Caledonia อาจไม่ใช่สถานที่สำหรับเดินทางไปเพื่อ “พักจากชีวิต”
แต่อาจเป็นสถานที่ที่ทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า
ชีวิตที่เรียบง่าย ใกล้ทะเล ใกล้ป่า และใกล้ธรรมชาติ คือความหรูหราอีกรูปแบบหนึ่งที่เราเคยลืมไป
