เมื่อโรงแรมใหม่กลายเป็น Dining Destination ของเมือง
การเปิดตัว Sheraton Port Moresby Stanley Hotel & Suites ไม่เพียงเป็นการมาถึงของ Sheraton แห่งแรกในปาปัวนิวกินี และอีกหมุดหมายสำคัญของ Port Moresby ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ การประชุม และการเชื่อมต่อของภูมิภาคแปซิฟิกเท่านั้น แต่โรงแรมยังพยายามสร้างบทบาทใหม่ให้ตัวเองเป็น Dining & Social Destination สำหรับคนในเมืองด้วย

แนวคิดเรื่องอาหารของที่นี่จึงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “แขกโรงแรมจะรับประทานอะไร?” เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึง “คนใน Port Moresby จะเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่อย่างไร?”
ตั้งแต่มื้อเช้า กาแฟระหว่างวัน Business Lunch ดินเนอร์ ไปจนถึงค็อกเทลหลังเลิกงาน พื้นที่อาหารแต่ละแห่งได้รับการออกแบบให้มีบุคลิกและช่วงเวลาของตัวเอง
Silverleaf — Destination Dining เหนือเมือง Port Moresby

สำหรับมื้อค่ำที่ต้องการทั้งอาหาร บรรยากาศ และประสบการณ์ Silverleaf คือร้านอาหารระดับ Destination Dining ของโรงแรม
หัวใจของเมนูอยู่ที่อาหารทะเลคุณภาพและเนื้อที่ปรุงด้วย Josper Grill ซึ่งใช้ความร้อนสูงจากถ่านเพื่อสร้างกลิ่นหอมและรสชาติของการย่าง ก่อนนำมาผสมผสานกับแนวทางอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากเมดิเตอร์เรเนียน
เมื่อรวมเข้ากับวิวเมือง Port Moresby และพื้นที่ Private Dining ทำให้ Silverleaf เหมาะตั้งแต่มื้อค่ำสำหรับคู่รัก การพบปะทางธุรกิจ ไปจนถึงโอกาสพิเศษ
นี่คือร้านที่ตั้งใจให้คนเดินทาง “มาที่ Sheraton เพื่อกิน” ไม่จำเป็นต้องเป็นแขกที่พักอยู่ในโรงแรม
Greenhaus — รสชาติของเมืองในชีวิตประจำวัน

ถ้า Silverleaf เป็นมื้อพิเศษ Greenhaus คือพื้นที่ของชีวิตประจำวันที่มีความหลากหลายมากกว่า
ร้านทำหน้าที่เป็น All-day Dining ตั้งแต่มื้อเช้าไปจนถึงมื้อค่ำ นำเสนออาหารนานาชาติในรูปแบบร่วมสมัย พร้อม Live Cooking Stations ที่สร้างความมีชีวิตชีวาให้การรับประทานอาหาร
อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการนำ New Guinea Coffee เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ควบคู่กับขนมปัง Artisan และขนมอบสดใหม่
จึงเป็นพื้นที่ที่อาหารนานาชาติสามารถอยู่ร่วมกับรสชาติและผลิตผลจากปาปัวนิวกินีได้อย่างเป็นธรรมชาติ
&More by Sheraton — จาก Morning Coffee ถึง Evening Cocktail

หนึ่งในแนวคิดที่สะท้อน Sheraton ยุคใหม่ได้ชัดที่สุดคือ &More by Sheraton ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ Lobby
แทนที่จะเป็น Lobby Lounge แบบโรงแรมดั้งเดิม พื้นที่นี้ผสม Coffee Shop + Market + Bar เข้าไว้ด้วยกัน
ตอนเช้าอาจแวะซื้อกาแฟและขนมอบ
กลางวันนั่งทำงานหรือนัดพบใครสักคน
ช่วงบ่ายเป็นพื้นที่พักระหว่างการประชุม
และเมื่อถึงเย็น กาแฟก็เปลี่ยนเป็นค็อกเทลและเครื่องดื่มสำหรับการพบปะหลังเลิกงาน
&More จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “Gather, Connect and Belong” ที่ Sheraton ต้องการให้ Lobby กลายเป็นเสมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ของเมือง
Monsoon Bar & Lounge — หลังเลิกงาน เมืองยังไม่จบ
อีกบรรยากาศหนึ่งคือ Monsoon Bar & Lounge ที่นำความเป็น Sports Bar และ Entertainment Venue มารวมกัน
เมนูประกอบด้วยค็อกเทล เครื่องดื่ม และอาหารสไตล์ Pub ที่ได้รับอิทธิพลจากออสเตรเลียและอเมริกัน เหมาะกับการดูการแข่งขันกีฬา นัดพบเพื่อน หรือใช้เวลาหลังเลิกงานโดยไม่ต้องมีพิธีรีตองมากนัก
พื้นที่ลักษณะนี้มีความสำคัญต่อโรงแรมที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ เพราะช่วยเปลี่ยนโรงแรมจากพื้นที่ที่คึกคักเฉพาะช่วงประชุมกลางวัน ให้มีชีวิตต่อเนื่องไปจนถึงค่ำ

Pool Bar & Café — เปลี่ยน Business Trip ให้มีจังหวะของวันหยุด
ส่วน Pool Bar & Café นำอีกอารมณ์หนึ่งเข้ามาเติมเต็มโรงแรม ด้วยบรรยากาศริมสระแบบ Resort Lifestyle และอาหารนานาชาติที่รับประทานง่าย
หลังจากการประชุมตลอดวัน การเปลี่ยนจากชุดทำงานมานั่งริม Infinity Pool พร้อมอาหารเบา ๆ และเครื่องดื่มสักแก้ว อาจเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้การเดินทางเพื่อธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีเพียงห้องประชุมกับห้องพัก
โรงแรมที่ชวนให้คนเมืองเข้ามากินและใช้ชีวิต
สิ่งที่น่าสนใจของ Sheraton Port Moresby Stanley Hotel & Suites จึงอยู่ที่การสร้างร้านอาหารหลายรูปแบบเพื่อรองรับ “จังหวะชีวิต” มากกว่าการแบ่งเพียงประเภทของอาหาร
Silverleaf สำหรับค่ำคืนพิเศษ
Greenhaus สำหรับอาหารตลอดวัน
&More by Sheraton สำหรับกาแฟ การทำงาน และการพบปะ
Monsoon Bar & Lounge สำหรับสังคมหลังเลิกงาน
และ Pool Bar & Café สำหรับช่วงเวลาที่อยากเปลี่ยนอารมณ์เมืองให้กลายเป็นวันพักผ่อน
ทั้งหมดทำให้ Sheraton แห่งแรกของปาปัวนิวกินีไม่ได้ต้องการเป็นเพียงที่พักของนักธุรกิจและนักเดินทางต่างชาติ แต่กำลังสร้างตัวเองให้เป็น หนึ่งในพื้นที่กิน ดื่ม พบปะ และใช้ชีวิตแห่งใหม่ของ Port Moresby
และนั่นอาจเป็นเสน่ห์ของโรงแรมเมืองยุคใหม่ —
บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องเช็กอิน ก็สามารถเข้ามาสัมผัสชีวิตของโรงแรมได้ผ่านอาหาร กาแฟ และช่วงเวลาดี ๆ รอบโต๊ะเดียวกัน
