สองมหัศจรรย์แห่งชิบะซากุระบนเกาะฮอกไกโด

ตอนที่ 3 เทศกาลชิบะซากุระในญี่ปุ่น

Takinoue Park และ Higashimokoto Shibazakura Park สองเทศกาลดอกไม้ที่แต่งแต้มฤดูใบไม้ผลิให้เหนือสุดของญี่ปุ่น

หากจังหวัดยามานาชิคือดินแดนแห่งชิบะซากุระที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง และสวนฮิตสึจิยามะในไซตามะคือผลงานศิลปะบนเนินเขาอันประณีต เกาะ ฮอกไกโด (Hokkaido) ก็เปรียบเสมือนเวทีธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ชิบะซากุระได้แสดงความงดงามอย่างเต็มศักยภาพ

ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นกว่าภูมิภาคอื่น ฤดูใบไม้ผลิของฮอกไกโดจึงมาถึงช้ากว่าญี่ปุ่นตอนกลางประมาณหนึ่งเดือน เมื่อหลายพื้นที่ในโตเกียวหรือเกียวโตเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน ฮอกไกโดยังคงอบอวลด้วยอากาศเย็นสบาย และเป็นช่วงเวลาที่ดอกชิบะซากุระกำลังผลิบานเต็มที่

บนเกาะแห่งนี้มีสถานที่ชมชิบะซากุระที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดสองแห่ง ได้แก่ Takinoue Park ในเมืองทาคิโนะอุเอะ และ Higashimokoto Shibazakura Park ในเมืองโอโซระ (Ōzora) เขตโอค็อตสค์ ทั้งสองแห่งต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้จะใช้ดอกไม้ชนิดเดียวกัน แต่บรรยากาศ ภูมิประเทศ และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับกลับแตกต่างกันอย่างน่าประทับใจ

บทความตอนนี้จะพาคุณออกเดินทางสู่ฮอกไกโด เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของสองเทศกาลชิบะซากุระที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “พรมสีชมพูแห่งแดนอาทิตย์อุทัย”


Takinoue Park (สวนทาคิโนะอุเอะ)

จุดเริ่มต้นของตำนานชิบะซากุระแห่งฮอกไกโด

เมืองทาคิโนะอุเอะ (Takinoue) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮอกไกโด รายล้อมด้วยป่าไม้ แม่น้ำ และภูเขา แม้จะเป็นเมืองที่มีประชากรไม่มาก แต่กลับเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศจากเทศกาลชิบะซากุระที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1957 เมื่อชาวเมืองนำต้นชิบะซากุระเพียงไม่กี่ต้นมาปลูกบนเนินเขาหลังศาลเจ้า ก่อนจะค่อย ๆ ขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่องจากความร่วมมือของคนในชุมชน จนกลายเป็นสวนดอกไม้ขนาดกว่า 100,000 ตารางเมตร ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแหล่งชมชิบะซากุระที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น

เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม เนินเขาทั้งลูกจะถูกปกคลุมด้วยดอกไม้สีชมพูเข้มราวกับพรมกำมะหยี่ขนาดยักษ์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชิบะซากุระลอยไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับอากาศบริสุทธิ์ของฮอกไกโด สร้างบรรยากาศที่ทั้งสดชื่นและผ่อนคลาย

จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือความเป็นธรรมชาติ ไม่มีอาคารสูงหรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่บดบังทิวทัศน์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเนินเพื่อชมทะเลสีชมพูที่ทอดยาวสุดสายตา พร้อมทิวเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง


ไฮไลต์ของเทศกาล

ภายในงาน Takinoue Shibazakura Festival นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งความงดงามของดอกไม้และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น

มีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฮอกไกโด เช่น

  • ชีสและนมสด
  • ไอศกรีมนมฮอกไกโด
  • ปลาแซลมอนรมควัน
  • มันฝรั่งอบ
  • ขนมพื้นเมือง
  • ผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์

รวมทั้งมีการแสดงดนตรีพื้นบ้านและกิจกรรมสำหรับครอบครัวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์


จุดถ่ายภาพที่แนะนำ

  • จุดชมวิวบนยอดเขา ที่สามารถเก็บภาพพรมดอกไม้ทั้งหมดได้ในเฟรมเดียว
  • ทางเดินคดเคี้ยวที่ตัดผ่านทุ่งชิบะซากุระ
  • สะพานไม้กลางสวนซึ่งเหมาะสำหรับภาพบุคคล
  • จุดชมวิวริมเนินที่สามารถถ่ายภาพแบบพาโนรามาได้อย่างสวยงาม

ช่วงเช้าหลังสวนเปิดเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด เพราะแสงแดดอ่อนและนักท่องเที่ยวยังไม่มาก


Higashimokoto Shibazakura Park

เนินเขาสีชมพูที่กว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

หาก Takinoue เปรียบเสมือนสวนธรรมชาติอันเงียบสงบ Higashimokoto Shibazakura Park คือความอลังการของการจัดภูมิทัศน์ในระดับมหากาพย์

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโอโซระ (Ōzora) เขตโอค็อตสค์ ทางตะวันออกของฮอกไกโด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร เช่นเดียวกัน แต่มีลักษณะเป็นเนินเขาขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยดอกชิบะซากุระหลากเฉดสีอย่างหนาแน่น

เมื่อมองจากด้านล่าง เนินเขาทั้งลูกดูราวกับถูกคลุมด้วยพรมสีชมพูสด ขณะที่เมื่อขึ้นไปยังยอดเนิน นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ชนบทของฮอกไกโดได้ไกลสุดสายตา ทั้งทุ่งนา ป่าไม้ และภูเขาที่เรียงตัวอย่างสวยงาม

ทุกปีในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน จะมีการจัด Higashimokoto Shibazakura Festival ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลดอกไม้ที่สำคัญที่สุดของฮอกไกโด


กิจกรรมภายในงาน

นอกจากการชมดอกไม้แล้ว ภายในสวนยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย เช่น

  • รถกอล์ฟและรถนำเที่ยวขึ้นเนิน
  • รถโกคาร์ตขนาดเล็ก
  • ลานเด็กเล่น
  • จุดตั้งแคมป์
  • อ่างแช่เท้า
  • ร้านจำหน่ายของฝาก
  • ร้านอาหารและคาเฟ่

ในบางปีจะมีการจัดการแสดงดอกไม้ไฟและกิจกรรมพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้บรรยากาศมีความคึกคักกว่าสวนทาคิโนะอุเอะ


จุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาด

  • จุดชมวิวบนยอดเนิน ซึ่งสามารถมองเห็นลวดลายของดอกไม้ทั้งหมด
  • ระเบียงไม้สำหรับถ่ายภาพคู่
  • ทางเดินที่โค้งผ่านทุ่งดอกไม้
  • จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ช่างภาพ
  • มุมกว้างที่เผยให้เห็นเนินเขาสีชมพูตัดกับท้องฟ้าสีคราม

เปรียบเทียบสองสวนชิบะซากุระแห่งฮอกไกโด

แม้ทั้งสองแห่งจะเป็นเทศกาลชิบะซากุระระดับประเทศ แต่บรรยากาศและประสบการณ์ที่ได้รับแตกต่างกันอย่างชัดเจน

Takinoue Park

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ ความเงียบสงบ และการเดินชมสวนอย่างผ่อนคลาย

จุดเด่นคือ

  • ประวัติศาสตร์ยาวนาน
  • บรรยากาศแบบชุมชน
  • วิวธรรมชาติ
  • คนไม่หนาแน่นมาก
  • เหมาะกับการถ่ายภาพ Landscape

นักเดินทางที่รักธรรมชาติหรือช่างภาพมืออาชีพมักเลือกใช้เวลาหลายชั่วโมงที่นี่เพื่อรอแสงและเก็บรายละเอียดของทิวทัศน์


Higashimokoto Shibazakura Park

เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว และผู้ที่ต้องการกิจกรรมหลากหลาย

จุดเด่นคือ

  • พื้นที่ขนาดใหญ่
  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  • ร้านอาหารจำนวนมาก
  • กิจกรรมสำหรับเด็ก
  • จุดชมวิวหลายระดับ

ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวสามารถใช้เวลาทั้งวันภายในสวนได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ


ด้านการถ่ายภาพ

หากต้องการภาพแนวธรรมชาติที่เรียบง่าย Takinoue ให้ความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติมากกว่า

แต่หากต้องการภาพที่อลังการ มีมิติของเนินเขาและลวดลายดอกไม้ Higashimokoto จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า


ด้านการเดินทาง

ทั้งสองแห่งอยู่ทางตะวันออกของฮอกไกโด และสามารถเดินทางได้สะดวกจากสนามบินเมมันเบ็ตสึ (Memanbetsu Airport) ด้วยรถเช่าหรือรถบัสท้องถิ่น

นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเช่ารถขับ เพราะสามารถเที่ยวต่อไปยัง

  • ทะเลสาบอะคัง
  • ทะเลสาบมาชู
  • คาบสมุทรชิเระโตโกะ
  • ทะเลสาบคุชชะโระ
  • เมืองอะบาชิริ

ได้อย่างสะดวก


ช่วงเวลาที่สวยที่สุดในการเดินทาง

แม้เทศกาลทั้งสองแห่งจะจัดระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน แต่ช่วงเวลาการบานของดอกไม้จะแตกต่างกันเล็กน้อยตามสภาพอากาศของแต่ละปี

ต้นเดือนพฤษภาคม

ดอกไม้เริ่มบานประมาณ 30–50%

นักท่องเที่ยวยังไม่มาก

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศเงียบสงบ


กลางเดือนพฤษภาคม

ถือเป็น ช่วงพีคที่สุดของฮอกไกโด

ดอกไม้ส่วนใหญ่บานเต็มพื้นที่

สีชมพูสดที่สุด

กิจกรรมภายในงานครบถ้วน

เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทุกช่วงเวลา


ปลายเดือนพฤษภาคม

ยังคงสวยงาม

นักท่องเที่ยวเริ่มลดลง

อากาศอบอุ่นกำลังดี

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ


ต้นเดือนมิถุนายน

บางพื้นที่ยังคงมีดอกไม้บาน โดยเฉพาะในปีที่อากาศเย็นกว่าปกติ

เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย จึงสามารถเดินชมสวนได้อย่างเต็มอิ่ม


วางแผนเที่ยวฮอกไกโดให้คุ้มค่าที่สุด

ผู้ที่เดินทางมายังฮอกไกโดในช่วงเทศกาลชิบะซากุระ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3–5 วัน เพื่อเที่ยวชมสถานที่สำคัญในภูมิภาคโอค็อตสค์ควบคู่กัน เช่น

  • เมืองอะบาชิริ (Abashiri) และพิพิธภัณฑ์เรือนจำประวัติศาสตร์
  • ทะเลสาบมาชู (Lake Mashu) หนึ่งในทะเลสาบที่ใสที่สุดในโลก
  • ทะเลสาบคุชชะโระ (Lake Kussharo)
  • คาบสมุทรชิเระโตโกะ (Shiretoko) มรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก
  • สวนดอกทิวลิปคะมิยูเบ็ตสึ (Kamiyubetsu Tulip Park) ซึ่งมักบานในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

การรวมเส้นทางเหล่านี้เข้าด้วยกันจะทำให้การเดินทางในฤดูใบไม้ผลิของฮอกไกโดเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และวิถีชีวิตชนบทที่แตกต่างจากญี่ปุ่นในภูมิภาคอื่นอย่างชัดเจน

ข้อมูลสำหรับวางแผนเดินทาง

Takinoue Park

  • ช่วงเทศกาล: ต้นเดือนพฤษภาคม–ต้นเดือนมิถุนายน (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
  • เว็บไซต์ทางการ: https://takinoue.com

Higashimokoto Shibazakura Park

  • ช่วงเทศกาล: ต้นเดือนพฤษภาคม–ต้นเดือนมิถุนายน
  • เว็บไซต์ทางการ: https://www.shibazakura.net

ข้อมูลการท่องเที่ยวฮอกไกโด

  • องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวฮอกไกโด: https://www.visit-hokkaido.jp
  • องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO): https://www.japan.travel

บทสรุป

แม้จะอยู่บนเกาะเดียวกัน แต่ Takinoue Park และ Higashimokoto Shibazakura Park ต่างมีบุคลิกที่แตกต่างอย่างลงตัว แห่งหนึ่งโดดเด่นด้วยความสงบและเสน่ห์ของชุมชนท่ามกลางธรรมชาติ อีกแห่งสร้างความประทับใจด้วยความยิ่งใหญ่ของเนินเขาสีชมพูและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งสองสวนล้วนสะท้อนความพิถีพิถันของชาวญี่ปุ่นในการดูแลภูมิทัศน์และการอนุรักษ์ธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสฤดูใบไม้ผลิของฮอกไกโดอย่างเต็มอิ่ม การวางแผนเดินทางในช่วง กลางเดือนพฤษภาคม จะเปิดโอกาสให้ได้เห็นชิบะซากุระบานสะพรั่งในช่วงที่งดงามที่สุด พร้อมอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส และทิวทัศน์ที่เปี่ยมด้วยสีสันของธรรมชาติ ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันงดงามของการเดินทางในดินแดนเหนือสุดของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน