Hitsujiyama Park (สวนฮิตสึจิยามะ) จังหวัดไซตามะ

จุดที่ 2  เทศกาลชิบะซากุระในญี่ปุ่น

ทะเลดอกชิบะซากุระเหนือเมืองจิจิบุ ความงดงามแห่งฤดูใบไม้ผลิที่เดินทางจากโตเกียวได้ภายในวันเดียว

หากเทศกาลฟูจิชิบะซากุระคือภาพความงดงามของดอกไม้ที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังอันยิ่งใหญ่ สวนฮิตสึจิยามะ (Hitsujiyama Park) ในเมืองจิจิบุ จังหวัดไซตามะ กลับมีเสน่ห์ในอีกแบบหนึ่ง เป็นความงดงามที่เกิดจากศิลปะการจัดสวนบนเนินเขาอันกว้างใหญ่ ซึ่งธรรมชาติและการออกแบบภูมิทัศน์หลอมรวมกันจนกลายเป็นหนึ่งในสวนชิบะซากุระที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

เพียงเดินทางจากกรุงโตเกียวไม่ถึงสองชั่วโมง นักท่องเที่ยวก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศจากมหานครที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า สู่เมืองเล็ก ๆ ที่รายล้อมด้วยภูเขา ป่าไม้ และอากาศบริสุทธิ์ เมืองจิจิบุเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะนอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องธรรมชาติและศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ Shibazakura Hill เนินดอกชิบะซากุระที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

ทุกปีตั้งแต่กลางเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ดอกชิบะซากุระกว่า 400,000 ต้น จากกว่า 10 สายพันธุ์ จะพร้อมใจกันผลิบาน ปกคลุมพื้นที่ราว 17,600 ตารางเมตร กลายเป็นพรมดอกไม้หลากสีที่ไล่เฉดตั้งแต่ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม ม่วง แดง ไปจนถึงสีขาว ราวกับผืนผ้าไหมผืนใหญ่ที่ทอดตัวอยู่บนเนินเขา

เมื่อศิลปะของสวนญี่ปุ่นผสานกับธรรมชาติ

สิ่งที่ทำให้ฮิตสึจิยามะแตกต่างจากแหล่งชมชิบะซากุระแห่งอื่น ไม่ใช่เพียงจำนวนดอกไม้ แต่คือ “การออกแบบ”

แทนที่จะปลูกเป็นผืนสีเดียว นักจัดสวนชาวญี่ปุ่นเลือกใช้สีของชิบะซากุระแต่ละสายพันธุ์สร้างเป็นลวดลายคล้ายคลื่น ริ้วผ้า แม่น้ำ และรูปทรงเรขาคณิตที่ค่อย ๆ โอบล้อมเนินเขา เมื่อมองจากจุดชมวิวด้านบน จะเห็นสีสันค่อย ๆ ไหลต่อเนื่องเหมือนจิตรกรรมบนผืนผ้าใบขนาดมหึมา

แสงแดดยามเช้าจะช่วยขับให้สีชมพูสดใสเป็นพิเศษ ขณะที่ช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงอาทิตย์ที่อ่อนลงทำให้ทั้งสวนดูละมุนราวภาพวาดสีน้ำ

ระหว่างทางเดินมีม้านั่ง จุดพักผ่อน และต้นซากุระหลายสายพันธุ์ที่ยังคงออกดอกในช่วงต้นฤดูกาล จึงเกิดภาพของดอกซากุระบนต้นและชิบะซากุระบนพื้นดินอยู่ในเฟรมเดียวกัน เป็นภาพที่นักถ่ายภาพจำนวนมากเฝ้ารอทั้งปี


เทศกาล Shibazakura Festival

ในช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ เมืองจิจิบุจะจัดงาน Chichibu Shibazakura Festival เพื่อเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ยังคงความสงบแบบญี่ปุ่น ไม่มีเสียงดนตรีดังรบกวนธรรมชาติ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเดินชมสวนอย่างสบาย ๆ ถ่ายภาพ นั่งพัก และเลือกซื้ออาหารจากร้านท้องถิ่น

บริเวณลานกิจกรรมจะมีร้านจำหน่าย

  • ผลิตผลทางการเกษตรของจังหวัดไซตามะ
  • ขนมญี่ปุ่นตามฤดูกาล
  • ดอกไม้และต้นไม้
  • งานหัตถกรรม
  • ของฝากเมืองจิจิบุ
  • ไอศกรีมและขนมรสดอกซากุระ

หลายวันในช่วงเทศกาลยังมีการแสดงพื้นบ้าน การบรรเลงดนตรี และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองอีกด้วย


เทคนิคการเที่ยวชมให้สวยที่สุด

แม้สวนฮิตสึจิยามะจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ทั้งบรรยากาศและภาพถ่ายที่ดีที่สุด

1. มาแต่เช้า

ช่วงเวลา 08.00–09.30 น.

เป็นเวลาที่ดีที่สุด

  • แสงแดดนุ่ม
  • นักท่องเที่ยวยังไม่มาก
  • ดอกไม้ดูสดที่สุด
  • ถ่ายภาพได้โดยไม่มีคนเดินผ่านมากนัก

โดยเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ หลัง 10 โมงเช้า นักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


2. เลือกวันที่อากาศแจ่มใส

สีของชิบะซากุระจะโดดเด่นมากเมื่ออยู่ใต้ท้องฟ้าสีฟ้า

หากวันไหนมีเมฆมาก สีชมพูจะดูหม่นลงเล็กน้อย

ดังนั้นผู้ที่วางแผนถ่ายภาพควรติดตามพยากรณ์อากาศล่วงหน้า


3. เดินวนตามเข็มนาฬิกา

เส้นทางหลักของสวนออกแบบให้เดินเป็นวงกลม

หากเริ่มจากฝั่งตะวันออกแล้วเดินวนตามเข็มนาฬิกา จะเห็นวิวเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ และจบที่จุดชมวิวด้านบนซึ่งเป็นมุมที่สวยที่สุด


4. เผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

หลายคนคิดว่าสวนใช้เวลาเดินเพียงหนึ่งชั่วโมง

แต่ความจริงแล้ว หากรวม

  • ถ่ายภาพ
  • พักดื่มกาแฟ
  • ซื้อของฝาก
  • ชิมอาหาร
  • เดินชมเมือง

ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน


5. เที่ยวคู่กับเมืองจิจิบุ

หลังชมดอกไม้แล้ว สามารถเดินทางต่อไปยัง

  • ศาลเจ้าจิจิบุ
  • ถนนสายเก่า Banba Street
  • พิพิธภัณฑ์เทศกาลจิจิบุ
  • น้ำตกมารุคามิ
  • สะพานแขวน Chichibu

ทำให้ทริปหนึ่งวันจากโตเกียวคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น


จุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาด

จุดที่ 1 จุดชมวิวด้านบน

ถือเป็นมุมมหาชนของสวน

สามารถมองเห็น

  • ลวดลายของชิบะซากุระทั้งหมด
  • เมืองจิจิบุ
  • แนวภูเขาด้านหลัง

เป็นภาพที่ใช้ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ของสวนแทบทุกปี


จุดที่ 2 ทางเดินคดเคี้ยว

ทางเดินที่ตัดผ่านทุ่งดอกไม้ช่วยสร้างมิติให้ภาพ

เหมาะสำหรับ

  • Portrait
  • ภาพคู่
  • ภาพแฟชั่น
  • ภาพแนวท่องเที่ยว

ควรใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อเก็บบรรยากาศทั้งหมด


จุดที่ 3 ซุ้มไม้และม้านั่ง

เป็นมุมพักผ่อนที่ได้รับความนิยม

ช่วงเช้าแสงจะลอดผ่านใบไม้ เกิดเงาสวยงาม

เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแนวอบอุ่น


จุดที่ 4 ดอกซากุระกับชิบะซากุระ

หากมาในช่วงต้นฤดูกาล สามารถเก็บภาพ ซากุระบนต้น และชิบะซากุระบนพื้นในเฟรมเดียว ถือเป็นภาพที่หาได้ไม่ง่ายนักในญี่ปุ่น


จุดที่ 5 มุมมองจากโดรน (เฉพาะผู้ได้รับอนุญาต)

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นลวดลายของดอกไม้ทั้งหมด

เส้นสายที่ออกแบบไว้อย่างประณีตดูคล้ายภาพวาดขนาดยักษ์

แม้การบินโดรนภายในสวนจะต้องได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ แต่ภาพประชาสัมพันธ์จากมุมสูงก็แสดงให้เห็นถึงความงดงามของพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างชัดเจน


อาหารที่ไม่ควรพลาด

การมาเที่ยวจิจิบุไม่ได้มีเพียงดอกไม้เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสดีในการลิ้มลองอาหารท้องถิ่นของไซตามะ

วาราจิคัตสึด้ง (Waraji Katsudon)

เมนูขึ้นชื่อที่สุดของเมือง

หมูทอดแผ่นใหญ่ขนาดเกือบเต็มชาม ราดซอสหวานเค็ม เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ


โซบะจิจิบุ

เส้นโซบะทำสดจากแหล่งผลิตในท้องถิ่น

นิยมรับประทานทั้งแบบเย็นและแบบน้ำร้อน


มิโสะมันจู

ขนมหวานพื้นเมือง

แป้งนุ่มสอดไส้ถั่วแดง หอมกลิ่นมิโสะอ่อน ๆ

เหมาะซื้อเป็นของฝาก


ไอศกรีมรสดอกซากุระ

ช่วงเทศกาลจะมีจำหน่ายเฉพาะฤดู

กลิ่นหอมอ่อน รสหวานกำลังดี

เหมาะสำหรับรับประทานระหว่างเดินชมสวน


ร้านอาหารแนะนำ

Nosaka

ร้านดังของเมืองจิจิบุ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องวาราจิคัตสึด้ง เปิดบริการมายาวนาน และได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

Chichibu Sobadokoro

ร้านโซบะทำมือที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น บรรยากาศเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น เหมาะสำหรับมื้อกลางวันหลังเดินชมสวน

ร้านอาหารในลานเทศกาล

ภายในช่วงเทศกาลจะมีร้านอาหารชั่วคราวจำหน่ายเมนูพื้นเมือง เช่น ยากิโทริ มันฝรั่งอบ เนื้อย่างเสียบไม้ โมจิ ขนมญี่ปุ่น และเครื่องดื่มตามฤดูกาล ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบงานเทศกาลญี่ปุ่นอย่างแท้จริง


การเดินทางจากโตเกียว

สวนฮิตสึจิยามะเป็นหนึ่งในสถานที่ชมชิบะซากุระที่เดินทางสะดวกที่สุดจากโตเกียว

โดยรถไฟ

เริ่มต้นที่สถานี Ikebukuro

โดยสารรถไฟ Seibu Railway Limited Express Laview ไปยังสถานี Seibu-Chichibu

ใช้เวลาประมาณ 75–80 นาที

จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15–20 นาที ก็ถึงสวน

การเดินทางเส้นทางนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสะดวก ตรงเวลา และสามารถชมวิวชนบทของไซตามะระหว่างทางได้อย่างเพลิดเพลิน


โดยรถยนต์

จากใจกลางกรุงโตเกียว

ใช้เวลาประมาณ

2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร

ช่วงเทศกาลมีลานจอดรถรองรับ แต่ควรมาถึงก่อนเวลา 09.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่น


โดยทัวร์หนึ่งวัน

บริษัทนำเที่ยวหลายแห่งในโตเกียวจัดโปรแกรม

  • ชมชิบะซากุระ
  • เที่ยวเมืองจิจิบุ
  • แวะศาลเจ้า
  • รับประทานอาหารพื้นเมือง

เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเปลี่ยนขบวนรถไฟหลายครั้ง


ข้อมูลสำหรับวางแผนเดินทาง

  • ช่วงเทศกาล: กลางเดือนเมษายน–ต้นเดือนพฤษภาคม (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
  • เวลาเปิด: 08.00–17.00 น.
  • ค่าเข้าชม: โดยทั่วไปประมาณ 300 เยนในช่วงเทศกาล (อาจมีการปรับเปลี่ยนในแต่ละปี)
  • สถานที่: Hitsujiyama Park เมืองจิจิบุ จังหวัดไซตามะ
  • เว็บไซต์ทางการของเมืองจิจิบุ: https://navi.city.chichibu.lg.jp
  • ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดไซตามะ: https://www.saitama-japan.jp
  • องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO): https://www.japan.travel

บทสรุป

สวนฮิตสึจิยามะไม่ได้เป็นเพียงจุดชมดอกชิบะซากุระที่มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นตัวอย่างของการออกแบบภูมิทัศน์ที่สะท้อนความละเอียดอ่อนของวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม ทุกฤดูใบไม้ผลิ เนินเขาแห่งนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นผืนพรมดอกไม้หลากสีที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศให้มาสัมผัสช่วงเวลาอันแสนสั้นของธรรมชาติ

สำหรับนักเดินทางที่มีเวลาเพียงหนึ่งวันจากโตเกียว ฮิตสึจิยามะคือจุดหมายที่ลงตัว ทั้งการเดินทางที่สะดวก บรรยากาศเงียบสงบ วิวภูเขาอันสวยงาม อาหารพื้นเมืองรสเลิศ และความงดงามของชิบะซากุระที่ผลิบานเต็มพื้นที่ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิที่ไม่ควรพลาดของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง