24 ชั่วโมงในเมืองเก่า THE MEDINA

24 ชั่วโมงสุดท้ายในโมร็อกโก

จากคนนอก…สู่หนึ่งวันในเมืองที่สร้างขึ้นเพื่อการเดิน

ห้าวันที่ผ่านมา เราเดินทางผ่านโมร็อกโกมาไม่น้อย

เห็นเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน ยืนอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมอิสลามที่ละเอียดจนบางครั้งไม่รู้ว่าควรมองส่วนไหนก่อน เดินผ่านมัสยิด พระราชวัง และอาคารที่บอกเล่าความรุ่งเรืองของผู้คนหลายยุคหลายสมัย

เราออกไปไกลถึงพื้นที่แห้งแล้ง เห็นภูมิประเทศค่อย ๆ เปลี่ยนสี จนกระทั่งความเขียวหายไปและทะเลทรายเข้ามาแทนที่ ได้พบผู้คนตามเส้นทาง ได้เห็นอาหาร งานหัตถกรรม ตลาด และวิถีชีวิตที่แตกต่างจากสิ่งที่คุ้นเคย

Medina in Morocco

ห้าวันทำให้เรา “เห็น” Morocco มากมาย

แต่ก่อนเดินทางกลับ ยังเหลือเวลาอีก 24 ชั่วโมง

คราวนี้เราไม่อยากไปให้ไกลกว่าเดิม

กลับอยากทำสิ่งตรงกันข้าม

ลดระยะทางลง แล้วเข้าไปอยู่ข้างในให้ลึกขึ้น

เราเลือกใช้ 24 ชั่วโมงสุดท้ายใน Medina of Fez เมืองเก่าที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้รถวิ่งผ่าน แต่ประกอบขึ้นจากบ้าน ตรอก ตลาด ศาสนสถาน โรงอาบน้ำ งานช่าง และพื้นที่เล็ก ๆ ที่ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายชั่วอายุคน

ไม่เร่งเก็บสถานที่สำคัญ
ไม่ตั้งเป้าว่าต้องเห็นอะไรให้ครบ

เพียงลองใช้ชีวิตอยู่ข้างในหนึ่งวัน

บางทีสิ่งที่เราตามหาในวันสุดท้าย อาจไม่ใช่สถานที่อีกแห่ง

แต่อาจเป็นคำตอบว่า หลังจากเห็น Morocco มาห้าวันแล้ว เราเข้าใจมันมากขึ้นเพียงใด


16.00 น. — ผ่านประตูเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง

รถพาเรามาได้เพียงจุดหนึ่ง

จากนั้นกระเป๋ากับคนต้องเดินต่อ

ตรอกแคบใน Medina

ทันทีที่เข้าเขต Medina จังหวะของการเดินทางเปลี่ยนไป ถนนกว้างหายไป รถยนต์หายไป เหลือทางเดินที่ค่อย ๆ แคบลง บางช่วงต้องหลบให้คนสวนมา บางช่วงมีของวางอยู่หน้าร้าน เสียงพูดคุย เสียงงานช่าง และกลิ่นอาหารลอยออกมาจากที่ใดสักแห่ง

เราเลี้ยวเข้า derb ตรอกเล็กในย่านพักอาศัย

แล้วมาหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง

หากเดินผ่านโดยไม่มีใครบอก อาจไม่รู้เลยว่าหลังประตูนั้นมีอะไร

เมื่อประตูเปิดออก ความรู้สึกแรกคือ…เงียบ

แล้วจึงเป็นความประหลาดใจ

จากตรอกแคบและผนังทึบ ภายในกลับเปิดออกเป็น courtyard สูงโปร่งรับแสงจากท้องฟ้า

เราพักที่ Dar Seffarine บ้านเก่าใน Medina ที่มีประวัติยาวนานหลายศตวรรษ

Dar Seffarine courtyard

ตรงหน้าเป็นเสา งานปูนแกะสลัก กระเบื้อง zellige ลวดลายเรขาคณิต ประตูไม้ cedar สูง งานไม้ งานโลหะ และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้สายตาต้องค่อย ๆ ไล่ดูทีละส่วน

ความหรูหราที่นี่ไม่ได้ประกาศตัวออกไปบนถนน

มันถูกเก็บไว้ข้างใน

และนี่อาจเป็นบทเรียนแรกของ Medina

บ้านหันชีวิตเข้าหาภายใน

บ้านแบบ Dar ใน Medina จำนวนมากจัดพื้นที่รอบ courtyard ห้องต่าง ๆ เปิดเข้าสู่ลานกลาง ขณะที่ผนังด้านถนนค่อนข้างปิด

แสง อากาศ ธรรมชาติ และชีวิตครอบครัวจึงอยู่ด้านใน

ถ้าเป็น Riad พื้นที่กลางจะสัมพันธ์กับแนวคิดเรื่องสวนภายใน มีต้นไม้ น้ำ และการจัดพื้นที่อย่างเป็นระเบียบมากขึ้น แม้ปัจจุบันธุรกิจที่พักจะนิยมเรียกบ้าน courtyard หลายรูปแบบรวม ๆ ว่า riad ก็ตาม

เมื่อมองไปรอบ ๆ จึงเริ่มรู้สึกว่า architecture กับ interior decoration ของบ้านแบบนี้แทบแยกจากกันไม่ได้

ห้องนอนที่เปิดสู่ courtyard

ผนังคือสถาปัตยกรรม แต่ก็เป็นงานปูนแกะ
พื้นคือส่วนหนึ่งของบ้าน แต่ก็เป็นงาน zellige
ประตูมีหน้าที่เปิดปิด แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นงานช่างไม้
courtyard เป็นพื้นที่ว่าง แต่กลับเป็นหัวใจของบ้านทั้งหลัง

Street → Door → Passage → Courtyard → Rooms

เรายังไม่ทันออกไปสำรวจ Medina ก็เริ่มเข้าใจเมืองจากบ้านเพียงหลังเดียวแล้ว


17.30 น. — ชาหนึ่งกา ก่อนออกไปดูเมืองเปลี่ยนสี

กระเป๋าถูกเก็บเข้าห้องแล้ว

เราไม่ได้รีบออกไปไหน

นั่งพักใน courtyard สักครู่ ก่อนยกชาสะระแหน่ขึ้นมาจิบช้า ๆ

หลังเดินทางมาหลายวัน ความสุขเริ่มมีขนาดเล็กลงอย่างน่าประหลาด

ไม่ต้องเป็นสถานที่ยิ่งใหญ่
ไม่ต้องเป็นวิวที่ใคร ๆ บอกว่าห้ามพลาด

Moroccan mint tea

บางครั้งแค่เก้าอี้ที่นั่งสบาย ชาร้อน และแสงบ่ายที่ค่อย ๆ เคลื่อนบนผนังเก่า ก็เพียงพอแล้ว


18.00 น. — ออกไปอาบแสงเย็น

เราเปิดประตูบานเดิมออกไปอีกครั้ง

แต่คราวนี้ไม่ได้เดินเพื่อ “เที่ยว”

เพียงอยากเห็นว่า Medina เป็นอย่างไรในเวลาที่แสงกลางวันกำลังจะหมดลง

สีของกำแพงอุ่นขึ้น แสงลอดผ่านช่องระหว่างอาคารเป็นช่วง ๆ ร้านค้ายังเปิด ช่างบางคนยังทำงาน คนกำลังซื้อของกลับบ้าน เด็กเดินผ่าน ผู้คนทักทายกัน

หลังจากเที่ยวมาห้าวัน เราเริ่มไม่อยากซื้อของที่ระลึกเพียงเพราะมันเขียนว่า Morocco อีกแล้ว

กลับมองหาของบางอย่างที่สามารถ กลับไปใช้ชีวิตต่อกับเรา

ชามเซรามิก Fez สักใบสำหรับโต๊ะอาหาร
ถาดทองเหลืองเล็ก ๆ สำหรับ coffee table
งาน textile หรืองานช่างสักชิ้นสำหรับผนังบ้าน

ไม่จำเป็นต้องมาก

เพราะเมื่อกลับถึงบ้าน เราไม่ได้ต้องการสร้าง “ห้อง Moroccan”

เรายังอยากให้บ้านเป็นบ้านของเรา เพียงแต่มีบางสิ่งจากที่นี่เข้าไปอยู่ด้วย

เย็นวันนี้เราจึงแต่งตัวในแบบเดียวกัน

เสื้อทรงสบายสี ivory หรือขาวนวล กางเกงสี sand หรือ khaki รองเท้าสี cream ที่เดินได้จริง แล้วเติมสีของ Morocco เพียงเล็กน้อยด้วย scarf สี terracotta, olive หรือ deep teal

ไม่ได้พยายามแต่งตัวเป็นคนโมร็อกโก

เพียงยอมให้สีของสถานที่เข้ามาผสมกับความเป็นตัวเรา

บางทีการเดินทางเมื่อถึงวัยหนึ่งก็เป็นเช่นนี้

เราไม่ได้ต้องการกลับบ้านไปเป็นคนอื่น

เดินเล่นในแสงยามเย็น

เพียงอยากให้สิ่งที่พบระหว่างทาง เพิ่มอะไรบางอย่างให้คนเดิม


20.00 น. — มื้อค่ำที่ไม่ต้องรีบ

เราเลือกรับประทานอาหารที่ Dar Roumana

Dar Roumana

หลังเดินมาหลายชั่วโมง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่มื้อใหญ่

แค่อยากมีโต๊ะที่นั่งได้นานพอ พูดคุยกัน ไม่ต้องดูนาฬิกา และมีอาหารสักหนึ่งหรือสองจานที่ทำให้จำค่ำคืนนี้ได้

อาหารที่นี่นำวัตถุดิบและรสชาติของ Morocco มาตีความร่วมกับเทคนิคแบบร่วมสมัย

เราอาจเริ่มด้วยจานเล็กสำหรับแบ่งกัน แล้วเลือก main course เด่นของวันคนละจาน หรือสั่งต่างกันเพื่อแบ่งกันชิม

ไม่จำเป็นต้องกินให้ครบทุกอย่าง

เพราะความสมบูรณ์ของมื้ออาหารไม่ได้วัดจากจำนวนจานเสมอไป

หลังอาหาร เราไม่ดื่มชาที่ร้าน

เก็บชาถ้วยสุดท้ายไว้ก่อน


21.30 น. — Medina หลังร้านค้าค่อย ๆ ปิด

ขากลับเป็นทางเดิม

แต่เมืองไม่เหมือนเดิม

ร้านบางแห่งปิดแล้ว ผู้คนบางตาลง เสียงจาก souk ค่อย ๆ เบาลง ตรอกที่เมื่อเย็นยังเต็มไปด้วยคนกลับมีพื้นที่ให้มองเห็นรายละเอียดของกำแพง ประตู และแสงจากบ้านบางหลัง

เราค่อย ๆ เดิน

เมือง → ตลาด → ชุมชน → derb → บ้าน

ประตูบานเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เปิดเข้าไป

Courtyard ที่พบเมื่อบ่ายกลับมาอยู่ตรงหน้า

ครั้งนี้อยู่ใต้แสงไฟ


22.00 น. — ชาถ้วยสุดท้ายของวัน

ชาสะระแหน่ถูกยกมา

Mint tea

ไม่มีอะไรต้องทำต่อแล้ว

พรุ่งนี้เราจะออกจาก Morocco

เรานั่งอยู่กลาง courtyard มองขึ้นไปยังช่องท้องฟ้าเหนือบ้าน

นึกถึงทะเลทรายที่เพิ่งเห็นเมื่อไม่กี่วันก่อน
นึกถึงมัสยิดและอาคารอันยิ่งใหญ่
นึกถึงผู้คนตามถนน
นึกถึงตลาด
นึกถึงสิ่งที่ได้เห็นมากมายจนบางอย่างอาจจำไม่ได้ทั้งหมด

แต่แปลกที่ตอนนี้ สิ่งซึ่งอยู่ตรงหน้ากลับเป็นเพียงกาน้ำชา ถ้วยเล็ก ๆ และลานกลางบ้าน

และมันกลับรู้สึกเพียงพอ


07.00 น. — เช้าวันสุดท้าย

แสงเช้าลงมาถึง courtyard ก่อนจะเข้าถึงตรอกภายนอกเสียอีก

เราเดินลงมาจากห้องช้า ๆ

เมื่อวานตอนเข้ามาครั้งแรก เรามอง courtyard ด้วยความตื่นตะลึง

เช้านี้ความรู้สึกเปลี่ยนไป

เริ่มเห็นเหตุผลของมันมากกว่าความสวย

เข้าใจว่าทำไมบ้านจึงหันเข้าข้างใน
ทำไมผนังด้านถนนจึงปิด
ทำไมตรงกลางจึงต้องเปิดรับท้องฟ้า
และทำไมพื้นที่ที่เงียบที่สุดจึงอยู่กลางเมืองที่หนาแน่นที่สุด

บ้านหลังหนึ่งอาจเป็นหน่วยเล็ก ๆ ของ Medina

บ้านหลายหลังเกาะกัน
เกิด derb
หลาย derb กลายเป็นย่าน
ย่านต่าง ๆ เชื่อมกับ souk มัสยิด hammam โรงเรียน และพื้นที่สาธารณะ

จากหน่วยเล็ก ๆ ของชีวิต จึงค่อย ๆ ประกอบขึ้นเป็นเมือง

ถ้าจะเปรียบ Medina ว่าคล้ายรังผึ้ง ก็คงไม่ใช่เพราะมันมีรูปทรงหกเหลี่ยม

แต่เพราะ หน่วยชีวิตเล็ก ๆ จำนวนมากเกาะเกี่ยวและพึ่งพากัน จนกลายเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวมันเอง


07.30 น. — อาหารเช้าใน Courtyard

เราตัดสินใจรับประทานอาหารเช้าที่บ้าน

อาหารเช้าใน Courtyard

ขนมปัง Moroccan bread, msemen น้ำผึ้ง แยม ไข่ ผลไม้ ชา หรือกาแฟ ถูกวางลงบนโต๊ะ

หลังจากกินอาหารตามโรงแรมและร้านอาหารมาหลายวัน มื้อนี้ไม่ได้แปลกใหม่ที่สุด

แต่สถานที่ทำให้มันพิเศษ

เรากำลังกินอาหารเช้าอยู่ตรงหัวใจของบ้าน

แสงลงมาจากด้านบน
เสียงเมืองลอดเข้ามาเพียงบางส่วน

หลังอาหาร เราเปิดประตูออกไปดูว่า Medina ตื่นอย่างไร


08.30 น. — จาก Derb สู่ชีวิตประจำวัน

เช้านี้เราไม่เดินหาสถานที่ท่องเที่ยว

เดินตามชีวิต

ร้านขนมปังเริ่มทำงาน คนซื้อของกลับบ้าน ร้านขายผัก ผลไม้ เนื้อ เครื่องเทศ และของใช้ประจำวันค่อย ๆ เปิด

ตรงนี้ทำให้เราเห็นสิ่งที่บางครั้งถูกความสวยของ Medina บดบัง

ที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์

คนยังต้องซื้ออาหาร
เด็กยังต้องไปโรงเรียน
ช่างยังต้องทำงาน
ร้านค้ายังต้องขายของ
บ้านยังมีคนอาศัยอยู่

เราแวะดื่มชา หรือกาแฟอีกถ้วยเล็ก ๆ ข้างทาง

ไม่ใช่เพราะต้องการอาหารเช้ามื้อที่สอง

แต่อยากนั่งดูเมืองบ้าง แทนที่จะให้เมืองเป็นฝ่ายถูกเรามองตลอดเวลา


09.30 น. — Souk : สิ่งของทุกชิ้นมีคนอยู่ข้างหลัง

จากตลาดของคนในชุมชน ทางเดินค่อย ๆ พาเราเข้าสู่ souk

Souk in Medina

เครื่องหนัง
ผ้า
เครื่องโลหะ
เซรามิก
เครื่องเทศ
พรม

สิ่งของจำนวนมากที่เราเห็นมาตลอดห้าวันกลับมารวมอยู่ในพื้นที่เดียว

แต่วันนี้เราไม่ได้สนใจเพียงสิ่งที่วางขาย

เราอยากรู้ว่า ใครเป็นคนทำ

จึงเข้าไปดู workshop ของช่าง

เสียงค้อน
มือที่ตัดหนัง
การเรียง zellige ทีละชิ้น
การแกะไม้
การทำเครื่องโลหะ

ทันใดนั้นคำว่า “Moroccan Style” ที่เราใช้กันง่าย ๆ ก็ดูไม่ง่ายเหมือนเดิม

ก่อนจะกลายเป็น Style
มันคือ วัสดุ ความรู้ เวลา และมือของคน

และก่อนจะกลายเป็นของตกแต่งบ้านของเรา

มันเคยเป็นงานของใครบางคน


12.30 น. — เมื่อ Fez ถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ

มื้อกลางวันเราไม่เลือก Tagine หรือ Couscous

ไม่ใช่เพราะไม่สำคัญ แต่ตลอดการเดินทางเราได้รู้จักอาหารเหล่านั้นมาพอสมควรแล้ว

วันนี้อยากให้มื้อกลางวันเป็นของ Fez

เราเลือก Pastilla แบบ Fassi

แป้งบางกรอบซ่อนเนื้อ ไข่ อัลมอนด์ เครื่องเทศ และรสหวานเค็มไว้ข้างใน

ก่อนถึงจานหลัก มี Moroccan salads ถ้วยเล็ก ๆ เช่น zaalouk และ taktouka กินกับขนมปัง

อาหารไม่ได้มากจนทำให้บ่ายหนักเกินไป

แต่ Pastilla ทำให้เรานึกถึงบ้านที่พักขึ้นมาอย่างประหลาด

ภายนอกไม่ได้บอกทุกอย่าง

สิ่งสำคัญซ่อนอยู่ข้างใน

เหมือนประตูของ Dar
เหมือน courtyard
และบางทีก็เหมือน Medina ทั้งเมือง


14.30 น. — Hammam : หยุดมอง แล้วลองสัมผัส

หลังจากเดินมาตั้งแต่เช้า ถึงเวลาหยุด

เราเลือก hammam ที่มีความเป็นส่วนตัวและเหมาะกับกลุ่มผู้หญิง เช่น Les Bains Amani

Moroccan hammam

สบู่ดำ Moroccan black soap ถูกทาลงบนผิว ความร้อนและไอน้ำทำให้ร่างกายค่อย ๆ ผ่อนคลาย ก่อนการขัดด้วย kessa และการดูแลแบบ Moroccan hammam

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย บางขั้นตอนอาจทำให้เขินหรือประหลาดใจเล็กน้อย

แต่ไม่นานก็เริ่มเข้าใจว่า Hammam ไม่ได้มีความหมายเพียง “Spa”

ในเมืองแบบ Medina มันเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เรื่องน้ำ ความสะอาด การดูแลร่างกาย และพื้นที่ทางสังคม โดยเฉพาะในชีวิตของผู้หญิง

ช่วงเวลานี้จึงต่างจากทั้งวัน

เราไม่ได้ยืนดูอะไร

ไม่ได้ถ่ายภาพอะไร

เพียงปล่อยให้ร่างกายเป็นผู้รับประสบการณ์แทนสายตา


16.30 น. — กลับบ้าน

เมื่อเดินกลับมาถึง Dar Seffarine เราผ่านประตูเดิมอีกครั้ง

Courtyard ยังอยู่ตรงนั้น

แต่ตอนนี้เราไม่ได้ตื่นตะลึงเหมือนเมื่อวาน

กลับรู้สึกคล้ายกลับมาถึงที่พักที่เริ่มคุ้นเคย

ชาสะระแหน่ถูกยกมา พร้อมขนมชิ้นเล็ก ๆ เช่น kaab el ghazal หรือ ghriba

เรานั่งพัก

ไม่พูดอะไรกันตลอดเวลาก็ได้

หลังเดินทางมาหลายวัน ความเงียบระหว่างเพื่อนร่วมทางไม่ใช่ความอึดอัดเสมอไป

งานฝีมือที่เลือกเก็บกับบ้าน

บางครั้งมันหมายความว่า ต่างคนต่างกำลังเก็บสิ่งที่พบเห็นไว้ในที่ของตัวเอง

อีกไม่นานต้องเก็บกระเป๋า

ของชิ้นเล็กที่ซื้อเมื่อเย็นวานถูกวางลงข้างเสื้อผ้า

ชามหนึ่งใบ
งานช่างหนึ่งชิ้น
หรือผ้าผืนเล็ก

มันไม่ได้เป็นตัวแทน Morocco ทั้งประเทศ

และไม่จำเป็นต้องเป็น

เพียงพอแล้วที่วันหนึ่งเมื่อมันไปอยู่บนโต๊ะอาหาร coffee table หรือผนังบ้าน เราจะจำได้ว่า

เราเคยพบมันในตรอกแห่งหนึ่งของ Fez


24 ชั่วโมงผ่านไป — ถึงเวลาปิดประตู

กระเป๋าพร้อมแล้ว

เราเดินผ่าน courtyard เป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อวานตอนมาถึง ประตูบานนี้พาเราจากตรอกธรรมดาเข้าสู่โลกที่น่าตื่นตะลึง

วันนี้มันกำลังพาเราจากข้างในกลับออกไปข้างนอก

เราเดินย้อนเส้นทาง

Courtyard → House → Door → Derb → Quarter → Medina → Outside

เพียง 24 ชั่วโมง เราไม่ได้ไปไกลนัก

ถ้าวัดจากระยะทาง อาจเป็นวันที่เดินทางน้อยที่สุดตลอดทริป

แต่กลับเป็นวันที่ทำให้หลายสิ่งที่เห็นมาตลอดห้าวันก่อนหน้านั้นค่อย ๆ เชื่อมเข้าหากัน

สถาปัตยกรรมไม่ได้อยู่แยกจากชีวิต
อาหารไม่ได้อยู่แยกจากตลาด
ตลาดไม่ได้อยู่แยกจากงานช่าง
งานช่างไม่ได้อยู่แยกจากครอบครัว
และบ้านแต่ละหลังก็ไม่ได้อยู่แยกจากเมือง

ทุกอย่างเกาะเกี่ยวกันอยู่ในระยะที่มนุษย์เดินถึง

ก่อนมา เราอาจคิดว่า Medina คือ เมืองเก่า

หลังจากอยู่ข้างในหนึ่งวัน คำนี้ดูเล็กเกินไปเสียแล้ว

เพราะ Medina ไม่ได้มีเพียงสิ่งที่หลงเหลือมาจากอดีต

มันมีคนที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

มอง Medina จากมุมสูง

และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมหลังจากเดินทางไปเห็น Morocco ในภาพกว้างมาแล้ว เราจึงควรใช้เวลา 24 ชั่วโมงสุดท้ายอยู่ที่นี่

ไม่ใช่เพื่อเห็นอะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

แต่เพื่อให้สิ่งที่เห็นมาแล้ว มีเวลาตกตะกอน

ก่อนออกจากประตูเมือง เราหันกลับไปมองอีกครั้ง

ไม่มีฉากใหญ่โต
ไม่มีเหตุการณ์สำคัญ
ไม่มีอะไรต้องรีบถ่ายภาพ

เป็นเพียงเช้าธรรมดาของเมืองหนึ่ง

ผู้คนยังเดินผ่านกัน
ร้านค้ายังเปิด
ช่างยังทำงาน
อาหารมื้อต่อไปกำลังถูกเตรียม
และหลังประตูทึบหลายบาน courtyard ยังคงเปิดรับแสงจากท้องฟ้าเหมือนทุกวัน

เมืองไม่ได้หยุดเพราะเรากำลังจะจากไป

และบางที นั่นคือภาพสุดท้ายของ Morocco ที่เหมาะที่สุดแล้ว

Medina of fez

ตลอด 24 ชั่วโมง เราเดินออกจากประตูบานเดิมและกลับเข้าประตูบานเดิมหลายครั้ง ระหว่างนั้นเราได้ผ่านเมืองหลายชั้น—จากพื้นที่ส่วนตัวสู่ชุมชน จากชุมชนสู่ตลาด จากตลาดสู่เมือง และจากเมืองกลับมาสู่บ้าน

ห้าวันแรก เราเดินทางเพื่อ เห็น Morocco

24 ชั่วโมงสุดท้าย เราเพียงหยุดอยู่กับที่นานพอที่จะเริ่ม รู้สึกถึง Morocco

แล้วจึงเดินทางกลับบ้าน